 สูตรความสำเร็จด้วยการอธิษฐานบุญ
ในยุคแห่งการแข่งขันที่ต้องการมากกว่าความสามารถส่วนตัว คนเก่งมากมายที่ไม่ประสบความสำเร็จเพราะขาดโชค คนเหล่านี้ใช้เหตุผลตามปัญญาที่มีขอบเขตความรู้จำกัด กระนั้นก็ดี มีคนจำนวนน้อยที่ใช้ คาถาแห่งความสำเร็จ และก้าวกระโดดสู่จุดหมายอย่างน่าอัศจรรย์ "ไม่เชื่ออย่าลบหลู่" คนชอบเหตผลมักใช้เหตผลตามที่ตนเองชอบ และดูแคลนนักบุญว่าเป็นคนงมงายไร้เหตผล แต่คนงมงายเหล่านั้นประสบความสำเร็จ ด้วยการอฐิษฐานอย่างมีหลักการและฝึกฝนการอธิษฐานนั้นด้วยความมุ่งมั่น มีจุดหมายในการอธิษฐานอย่างแรงกล้า
ปัจจัยความสำเร็จของการอธิษฐาน 1.ศรัทธาแรงกล้า ขอให้เรางมงายอย่างมีหลักการ เลิกคิดแบบวิทยาศาสตร์ของคนปัญญาน้อย 2.ให้ทานแก่สถานที่หรือบุคคลที่มีอุปการคุณโดยคำมั่นสัญญาในทุกๆความสำเร็จที่ได้มา อย่าทำบุญมั่วๆ ต้องเลือกวัดและพระที่จะทำ 3.มีจิตอันแน่วแน่ ก่อนอธิษฐาน-ขณะอธิษฐาน-หลังอธิษฐาน ต้องสงบที่สุดและคิดคำนึงความสุขทั้ง 3 ขณะ 4.ระบุชัดเจน ความต้องการ วันเวลาที่ต้องการให้บุญส่งผล และเชื่อมั่นว่าการทำบุญสามารถให้ผลได้ทันทีและไม่สูญหายไปจากเรา สิ่งที่บริจาคไปเหมือนการสะสมทรัพย์ที่เราเรียกคืนได้เมื่อเราต้องการ ระลึกถึงบุญตลอดเวลา 5.ทำงานที่เรารักอย่างสุดความสามารถ การอธิษฐานแบบงอมืองอเท้า แบมือขอเงินจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ทำให้ศรัทธาเราอ่อนแอไม่บรรลุผล การไม่มุ่งมั่นทำงานใดเลย เทวดาย่อมไม่มีเหตอันควรที่จะหยิบยื่นความมั่งคั่งแก่เราได้ เมื่อเราเริ่มเดินก้าวแรกย่อมมีแรงผลักจากด้านหลังให้เดินก้าวต่อไปง่ายขึ้น 6.การทำบุญโดยหวังผลให้เกิดอานิสงค์ทางโภคทรัพย์ ไม่ถือเป็นความโลภ อย่าลังเลสงสัย เพราะเรากำลังร่วมธุรกิจกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ 7.อย่าทำบุญเกินกำลังศรัทธา อย่าค้ากำไรบุญเกินควร อย่าเร่งรัดบุญ อย่าไปทะเลาะโต้เถียงกับผู้ไม่ทำบุญ อย่าเสียเวลาทำนาบุญกับแปลงนาที่มีแต่บัวใต้น้ำ
Do your best , God do the rest = ช่วยตัวเองก่อน แล้วสิ่งศักดิ์สิทธิ์จะช่วยท่าน
ธรรมชาติของบุญ : บุญคือ สิ่งที่มีตัวตน ต้องการที่อยู่ และต้องการการบำรุงรักษาเลี้ยงดู บุญเกิดขึ้นจากความศรัทธา ยิ่งศรัทธามาก บุญยิ่งก่อร่างสร้างตัวและสิงสถิตย์ตามความเชื่อในบุคคลนั้น บุญหรือการให้ทาน เป็นบารมีข้อแรกในการบรรลุธรรม เปรียบเสมือนเสบียงอาหารที่ใช้ในการเดินทางข้ามภพข้ามชาติ ผู้มีบุญมากจะเป็นผู้มีภาระน้อยสามารถเดินทางไกลด้วยความสดวกสบาย ปลอดภัย การสร้างบุญบารมีอาจเทียบเคียงได้กับการทำนา เราอาจทำนาแบบผิดๆมานาน เราอาจหว่านเมล็ดข้าวเปลือกแบบทิ้งขว้าง หว่านไปทั่วเรื่อยเปื่อย ไม่ได้สนใจดูแล ลืมสถานที่ๆเคยหว่านทิ้งไว้ ข้าวที่เคยหว่านไว้ ออกรวงก็ไม่เคยไปเก็บเกี่ยว ครั้นเมื่อเดินผ่านที่นาเดิม กลับลืมว่าเป็นนาข้าวที่ตนเองเคยหว่านเอาไว้ ได้แต่มองรวงข้าวเต็มท้องนาไม่กล้าเก็บเกี่ยว เพราะคิดว่าไม่ใช่ของตนเอง นี่เป็นเหตุแห่งอวิชชาโดยแท้ เป็นเหตแห่งความยากจนขาดแคลน ข้ามภพชาติ ยากจนข้นแค้นซ้าซาก เราจะทำลายความไม่รู้นี้ด้วยการศึกษาความลับแห่งบุญ เราจะสะสมบุญให้เหมือนกับการสะสมทรัพย์ ทรัพย์ทั้งหลายที่หาได้จะปันส่วนหนึ่งมาสร้างบุญ อัญเชิญเทวดามาเป็นหุ้นส่วนทางธุรกิจ เทวดาไม่ช่วยเราทำงาน ท่านก็จะอดปันส่วนบุญ นี่คือเคล็ดลับที่ยิ่งใหญ่ที่มีสอนกันในมหาวิทยาลัยเบื้องบน เท่านั้น เหตุแห่งการไม่ทำบุญ 1.การกลัวความขาดแคลน คนปัญญาน้อยมักทำการงานด้วยความยากลำบาก หาทรัพย์ไม่สดวก หลายคนลำพังเพียงหาเลี้ยงชีพ ก็ลำบากยากแค้นอยู่แล้ว หากจะต้องสละทรัพย์สินเพื่อมาทำบุญตักบาตร จะต้องมีจิตที่เสียสละยิ่งใหญ่ คนยากจนจึงตัดใจที่จะสละทรัพย์ภายนอกได้ยาก เพราะใจจะคิดตลอดเวลาว่า หากให้ไปแล้ว ตนเองจะขาดแคลน และต้องไปดิ้นรนหาทรัพทย์มาทดแทน เหตุข้อนี้เป็นเหตุข้อแรกเป็นด่านกั้นหนทางสู่ความสำเร็จทั้งปวง "ยิ่งไม่สละออก ยิ่งขาดแคลน" หากปรับเปลี่ยนความคิดเสียใหม่ จึงจะหลุดพ้นวัฎจักรความขาดแคลนนั้นได้ จงเปลี่ยนมาเป็น "ยิ่งสละออก ยิ่งเพิ่มพูน" เพราะไม่มีใครเสียอะไรไป โดยไม่ได้อะไรกลับคืนมา เป็นหลักการทดแทนที่มีตามธรรมชาติ ยิ่งให้ทานอย่างถูกหลักธรรม จึงยิ่งร่ำรวยอย่างอัศจรรย์ 2.การไม่อดทนรอผลของบุญ บางคนเชื่อผลของบุญ แต่ไม่อดทนรอและอธิษฐานขาดหลักการที่ดี เป็นเหตุหนึ่งให้เลิกทำบุญ การที่ทำบุญแล้วไม่ได้ผลบุญทันใจ ยิ่งทำให้ศรัทธาลดลง การทำบุญที่ ถูกคน ถูกที่ ถูกเวลา ถูกวิธี เหมือนกับ การทำนาที่เลือกแปลงนาที่อุดมสมบูรณ์ เลือกพันธ์ข้าวที่ดี เลือกฤดูเพาะปลูก ใส่ปุ๋ยพอเหมาะ เลือกช่วงเวลาเก็บเกี่ยวถูกต้อง ชาวนาหรือนักบุญที่ดี จึงต้องเข้าใจและเข้าถึงหลักการทำนาบุญที่ถูกต้องเหมาะสม จึงจะได้ผลบุญตามต้องการ
" ผู้มีบุญเมื่อได้ยินเรื่องบุญย่อมเกิดศรัทธาง่ายกว่าผู้ขาดแคลนบุญ ผู้มีบุญอยู่เหนือเหตุผลของผู้ด้อยปัญญาทางธรรม "
" คนที่มีความรู้มาก มักใช้ความรู้นั้น กักขัง จินตนาการ "
สูตรคำอฐิษฐาน

[ Read More ] |